Tfpa News Update:

TFPA News :

สหรัฐฯ จี้ไทยเปิดทางต่างด้าว ตั้งสหภาพแรงงานได้-บี้เปิดตลาดหมู

ยูเอสทีอาร์บุกพบปลัดกระทรวงพาณิชย์คนใหม่  เรียกร้องไทยแก้ไขกฎหมายแรงงาน เปิดทางต่างด้าวตั้งสหภาพแรงงานได้ พร้อมทวงถามความคืบหน้าเปิดตลาดหมูมะกัน นายบุณยฤทธิ์ กัลยาณมิตร ปลัดกระทรวงพาณิชย์  เปิดเผยภายหลัง การเข้าพบของนาย Lewis Karesh ผู้ช่วยผู้แทนการค้าสหรัฐอเมริกา (USTR) ฝ่ายแรงงาน ว่า ประเด็นหลักๆ ที่มีการหารือ คือ ทางยูเอสทีอาร์ต้องการทราบถึงความคืบหน้าใน 2 ประเด็นหลักได้แก่ 1.การแก้ไขกฎหมายแรงงานของไทยให้สอดคล้องกับองค์การแรงงานระหว่างประเทศ (ILO)  และกฎหมายของสหรัฐฯ และ 2. การเปิดตลาดนำเข้าเนื้อสุกรจากสหรัฐฯ ในประเด็นการแก้ไขกฎหมายแรงงานนั้นได้เรียกร้องให้ไทยปรับปรุงกฎหมายแรงงาน โดยเสนอให้แก้ไขกฎหมายให้สิทธิแรงงานต่างด้าวสามารถจัดตั้งสหภาพแรงงาน(Labour  Union) ได้ โดยอ้างว่าเป็นหลักสากล แต่ทางไทยระบุว่าไม่สามารถทำได้เพราะจากการรับฟังความคิดเห็นจากสาธารณะเกี่ยวกับเรื่องดังกล่าว พบว่า ยังไม่เห็นด้วยกับกรณีนี้ นอกจากนี้ ยังขอให้ไทยแก้ไขประเด็นการให้การคุ้มครองลูกจ้างกรณีที่มีการวิพากษ์วิจารณ์นายจ้าง แต่จากการหารือกับทางสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาแล้ว กรณีนี้ระบุว่าไม่สามารถทำได้เพราะจะขัดต่อกฎหมายอาญาของไทย อย่างไรก็ตามขึ้นอยู่กับกระทรวงแรงงานว่าจะพิจารณาในประเด็นดังกล่าวอย่างไรเพราะอยู่นอกเหนืออำนาจของกระทรวงพาณิชย์  โดยทางยูเอสทีอาร์ได้แจ้งให้ทราบว่า การปรับปรุงกฎหมายแรงงานจะเป็นเงื่อนไขหนึ่งในการพิจารณาในการต่ออายุโครงการให้สิทธิพิเศษทางภาษีศุลกากร (จีเอสพี) ของสหรัฐฯ ซึ่งขณะนี้ไทยยังได้รับสิทธิดังกล่าวจากสหรัฐฯอยู่ ไม่ได้กังวลต่อประเด็นดังกล่าว เพราะการให้สิทธิจีเอสพีเป็นการพิจารณาของฝ่ายสหรัฐฯเองไทยไม่ได้เรียกร้อง “อีกประเด็นหนึ่งคือ ทางสหรัฐฯได้มาติดตาม ความคืบหน้ากรณีขอให้ไทยเปิดตลาดนำเข้าเนื้อสุกรจากสหรัฐฯนั้นทางยูเอสทีอาร์ได้ขอหารือเรื่องการใช้สารเร่งเนื้อแดงในสุกร ซึ่งเรื่องนี้กระทรวงพาณิชย์ไม่สามารถตัดสินใจเองได้เพราะมีคณะกรรมการร่วมระหว่างกระทรวงพาณิชย์และกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ที่จัดตั้งขึ้นมาเพื่อพิจารณาเรื่องนี้อยู่แล้ว ทั้งนี้ในวันที่ 17 ตุลาคมนี้ ทางคณะกรรมการร่วมชุดดังกล่าวที่มีทางผู้แทนของสหรัฐ และกรมปศุสัตว์ของไทยอยู่ด้วยจะร่วมประชุมทางไกลผ่านระบบวีดีโอคอนเฟอเรนซ์” ที่มา : ฐานเศรษฐกิจ 27 กันยายน 2561

หอการค้า ค้าน กม.แรงงาน 3 ฉบับ รัฐเขียนสนองต่างชาติ – ประมงป่วนหนัก

คกก.แรงงาน-ประมง-หอการค้าติงร่างแก้กฎหมายแรงงาน3ฉบับ ทั้ง พ.ร.บ.แรงงานสัมพันธ์-พ.ร.บ.แรงงานประมง-พ.ร.ก.การบริหารจัดการแรงงานต่างด้าว หวังสนองอนุสัญญา ILO แต่สถานประกอบการไทยปั่นป่วน-เรือประมงเก่าปรับตัวไม่ทัน นายพจน์ อร่ามวัฒนานนท์ รองประธานกรรมการสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย ในฐานะประธานคณะกรรมการแรงงานและพัฒนาฝีมือแรงงาน และคณะกรรมการธุรกิจประมงและอุตสาหกรรมต่อเนื่อง เปิดเผย “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมาได้ประชุมคณะกรรมการด้านแรงงานฯ เพื่อพิจารณาทบทวนเรื่องการยกร่างกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับด้านแรงงานและการประมง รวม3ฉบับ คือ การยกร่างแก้ไข พ.ร.บ.แรงงานสัมพันธ์ พ.ศ. …. พ.ร.บ.แรงงานประมง พ.ศ. …. และความคืบหน้าการเสนอปรับปรุงแก้ไข พ.ร.ก.การบริหารจัดการการทำงานของคนต่างด้าว (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2561ซึ่งภาคเอกชนได้ให้ความเห็นในการปรับร่างกฎหมายทั้ง 3ฉบับ ต่อกระทรวงแรงงาน ในฐานะหน่วยงานกำกับดูแลไปแล้ว ก็ขึ้นอยู่กับว่าจะพิจารณาดำเนินการอย่างไร “ยังยืนยันท่าทีเดียวกับคณะกรรมการร่วมภาคเอกชน3สถาบัน หรือ กกร. ซึ่งมีความกังวลใจในการยกร่าง พ.ร.บ.แรงงานสัมพันธ์ เกี่ยวกับโครงสร้างการจัดตั้งสหภาพแรงงาน ซึ่งเปลี่ยนไปจากเดิม และ พ.ร.บ.แรงงานประมง ซึ่งยกร่างเพื่อให้สอดคล้อง อนุสัญญา 4188อนุสัญญาขององค์การแรงงานระหว่างประเทศ (ILO) เกี่ยวข้องกับการขนส่งทางทะเลทั้งหมด หากใช้เป็นมาตรฐานเกรงว่าอาจส่งผลกระทบทางปฏิบัติกับเรือประมงไทยปัจจุบันอยู่บ้าง เช่น ที่กำหนดว่าเรือนั้นจำเป็นต้องมีห้องน้ำ-เตียงนอน ซึ่งปัจจุบันเรือไทยที่เป็นเรือเก่าทำไม่ได้ หากเป็นเรือใหม่ก็ไม่เป็นไร เป็นต้น ควรให้มีความสอดคล้องกับทางการปฏิบัติมากกว่านี้ และอาจต้องให้ความรู้และอบรมทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้มีการปฏิบัติที่ถูกต้อง” ส่วนข้อเสนอการแก้ไข พ.ร.ก.การบริหารจัดการการทำงานของคนต่างด้าว ทางหอการค้าฯได้เสนอไปก่อนที่จะมีมติคณะรัฐมนตรี (6มี.ค. 2561)นายพจน์กล่าวถึงผลการดำเนินการขึ้นทะเบียนแรงงานต่างด้าวตามกรอบระยะเวลาใน พ.ร.ก.การบริหารจัดการการทำงานของคนต่างด้าวที่สิ้นสุดไปแล้วนั้น รับทราบจากทางกระทรวงแรงงานมีจำนวนแรงงานขึ้นทะเบียนกว่า1.3ล้านคน ยังเหลือประมาณ 50,000คน ที่ยังไม่ได้ขึ้นทะเบียน หลังจากนี้หากมีการดำเนินการจับกุมผู้ไม่ขึ้นทะเบียนก็ถือเป็นหน้าที่ของหน่วยงานที่ดูแล และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง เนื่องจากผู้ประกอบการส่วนใหญ่ก็ได้ดำเนินการอย่างถูกต้อง […]

ไทยประกาศ Roadmap สู่การเป็นประเทศปลอดประมง IUU

เมื่อวันที่ 3 เมษายน 2561 คณะรัฐมนตรีได้ให้ความเห็นชอบต่อแนวทางในการพัฒนาการประมงของไทยให้ปลอดจากสัตว์น้ำและสินค้าประมงจากการทำประมงผิดกฎหมาย ขาดการรายงาน และไร้การควบคุม (IUU) พร้อมแต่งตั้งคณะกรรมการแห่งชาติว่าด้วยการประมงปลอดจากสัตว์น้ำและสินค้าประมงIUU เพื่อให้เป็นกลไกในการป้องกันมิให้สัตว์น้ำและสินค้าประมงที่มาจากการทำประมงIUU เข้าสู่ตลาดในประเทศและสายการผลิตเพื่อการแปรรูปส่งออกของไทยทั้งระบบ ในช่วง 3 ปีของการแก้ไขปัญหาประมงผิดกฎหมาย รัฐบาลไทยได้วางระบบและกลไกแก้ไขปัญหาไว้พร้อมหมดแล้ว ซึ่งมีความก้าวหน้าของการแก้ไขปัญหาเกิดขึ้นเป็นรูปธรรมอย่างต่อเนื่องในหลายด้าน โดยมีความมุ่งมั่นที่จะบรรลุเป้าหมายตาม Roadmap สู่การเป็นประเทศปลอดประมงIUU ดังนี้ 1. เรือประมงไทยทุกลำ ทุกชนิด ทุกขนาด ทุกประเภท ต้องได้รับการจดทะเบียนและเข้าสู่ระบบควบคุมที่มีประสิทธิภาพ โดยเรือประมงต้องมีอุปกรณ์และลักษณะตามมาตรฐานตามที่กฎหมายกำหนด 2. ผู้ปฏิบัติงานบนเรือต้องมีคุณสมบัติและจำนวนตามกฎหมายกำหนด โดยเฉพาะผู้ปฏิบัติงานบนเรือที่เป็นแรงงานต่างด้าวจะต้องได้รับการจดทะเบียนถูกต้อง และได้รับการคุ้มครองในการทำงานบนเรือตามมาตรฐานสากล 3. เครื่องมือทำการประมงต้องเป็นไปอย่างถูกกฎหมาย ทั้งจำนวนชนิดและขนาดของเครื่องมือ โดยจะมีการตรวจสอบความถูกต้องก่อนออกไปทำประมง และระหว่างการทำประมง โดยเฉพาะเรือประมงนอกน่านน้ำ และต้องมีการรายงานทำประมงผ่านระบบการรายงานแบบอิเลคทรอนิคส์เพื่อความโปร่งใส และตรวจสอบได้ชัดเจน 4. พื้นที่ทำการประมงและระยะเวลาทำการประมงทั้งในและนอกน่านน้ำ ต้องเป็นไปตามที่ได้รับอนุญาตตามที่ระบุในใบอนุญาตทำประมงเท่านั้น โดยเรือทุกลำต้องติดตั้งระบบติดตามตำแหน่งเรือประมง 5. สัตว์น้ำที่จับโดยเรือธงไทย และที่นำเข้าจากต่างประเทศ จะต้องผ่านการตรวจสอบย้อนกลับตามมาตรการและระบบที่วางไว้แล้วอย่างเคร่งครัด รวมถึงการปฏิบัติตามมาตรการรัฐเจ้าของท่าเรือที่ไทยเป็นภาคีอยู่อย่างเข้มงวด นอกจากนี้ ไทยจะพัฒนาให้มีใบรับรองการจับสัตว์น้ำของไทยเพื่อเป็นข้อกำหนดให้ประเทศที่ต้องการส่งออกสินค้าประมงมายังไทยปฏิบัติตาม เพื่อให้สามารถตรวจสอบย้อนกลับที่มาของสัตว์น้ำนั้นได้อย่างมีประสิทธิภาพด้วย รัฐบาลไทยได้แต่งตั้งคณะกรรมการแห่งชาติว่าด้วยการประมงปลอดจากสัตว์น้ำและสินค้าประมงIUU เพื่อกำกับดูแลและขับเคลื่อนให้มาตรการข้างต้นเกิดผลเป็นรูปธรรม และส่งผลให้ไทยเป็นผู้นำในภูมิภาคในการต่อต้านการประมง IUU อย่างแท้จริง ที่มา : กระทรวงการต่างประเทศ วันที่ 4 เม.ย. 2561

ลุ้น “อียู” ตรวจการบ้าน ความหวังปลดใบเหลือง IUU ?

3 ปีในการแก้ปัญหาประมงผิดกฎหมาย (IUU) ในยุครัฐบาล คสช.มีความคืบหน้าไปไม่น้อย โดยเมื่อไม่กี่วันมานี้ คณะรัฐมนตรีเห็นชอบแต่งตั้ง “คณะกรรมการแห่งชาติว่าด้วยการประมงปลอดจากสัตว์น้ำและสินค้าประมงจากการทำประมงผิดกฎหมาย ขาดการรายงานและไร้การควบคุม” หรือฟรีไอยูยู โดยมี พล.อ.ฉัตรชัย สาริกัลยะ รองนายกรัฐมนตรี เป็นประธาน เพื่อพิจารณาออกใบรับรองด้านการค้าสินค้าประมงต่าง ๆ เพื่อยกระดับการประมงของไทยให้มีมาตรฐานสากล ไทยย้ำว่าเป็นการทำเพื่อรักษาทรัพยากรทางทะเลและป้องกันการแก้ปัญหาการประมงที่ยั่งยืน ไม่ได้หวังผลเรื่องใบเหลือง หันมามองความพยายามจัดระเบียบแรงงานต่างด้าวเข้าสู่ระบบแล้ว การแก้ปัญหาชาวประมงพื้นบ้านกับชาวประมงพาณิชย์ ยังแก้ไม่ตก ทั้งข้อเรียกร้องของชาวประมงพื้นบ้าน ให้แก้ไขนิยามประมงพื้นบ้าน ในมาตรา 5 และยกเลิกมาตรา 37 (ภายใต้ พ.ร.ก.การประมง 2558) เกี่ยวกับการห้ามผู้ได้รับอนุญาตทำการประมงพื้นบ้าน ทำการประมงนอกเขตทะเลชายฝั่ง แต่กลุ่มประมงพาณิชย์มองมุมกลับ รังแต่จะทำให้ให้พื้นที่การทำประมงทับซ้อนกับเรือประมงพาณิชย์ รวมถึงจะบานปลายเกิดความขัดแย้งในกลุ่มผู้ประกอบการประมงทั่วประเทศ และเหมือนเป็นการเริ่มนับหนึ่งใหม่ แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น รมว.เกษตรฯได้ลงนามรับทุกข้อเสนอไปแล้ว ขอให้รอคำตอบอีกนิด ระหว่างนี้ กรมประมงได้เสนอแนวทางการพัฒนา “ร่วมกัน” ก่อนว่าให้ ประมงไทยปลอดจากการทำประมงผิดกฎหมาย โดยที่ประชุมคณะกรรมการนโยบายการประมงแห่งชาติ เป็น 4 แนวทาง คือ 1.เรือประมง 2.คนงานบนเรือ 3.เครื่องมือการทำประมง และ 4.พื้นที่การทำประมง ซึ่งทั้งหมดนี้จะต้องดำเนินการให้ถูกกฎหมาย รวมถึงกำหนดรายละเอียดว่าท่าเรือที่เป็นเรือไทย การนำปลาจับได้มาขึ้นที่ท่าเรือ ต้องดำเนินการด้วยความรอบคอบ […]