Tfpa News Update:

ชาวประมงทั่วประเทศนัด 19 ก.ย. รวมพลังหน้ากระทรวงแรงงานค้านร่างพ.ร.บ.ขจัดใช้แรงงานบังคับ

6

เมื่อวันที่ 14 ก.ย. ที่จ.สมุทรสงคราม นายมงคล สุขเจริญคณา ประธานสมาคมการประมงแห่งประเทศไทย ในฐานะนายกสมาคมประมงสมุทรสงคราม และผู้บริหารภาคประมงในสมุทรสงคราม ร่วมประชุมสมาชิกสมาคมการประมงสมุทรสงคราม, สมาคมประมงเรือลากคู่สมุทรสงคราม เพื่อหารือถึงแนวทางการขับเคลื่อนภาคประมงในการแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนที่เกิดจากภาครัฐ และสหภาพยุโรป(อียู) โดยเฉพาะประเด็นปัญหาที่กระทรวงแรงงานร่างพ.ร.บ.ป้องกันและขจัดการใช้แรงงานบังคับ พ.ศ….. ที่สร้างปัญหาให้กับชาวประมงอย่างมาก และไม่สอดคล้องกับรัฐธรรมนูญมาตรา 77 เรื่องการวิเคราะห์ผลกระทบต่างๆกับประชาชนเกี่ยวกับการออกกฎหมาย โดยเฉพาะมาตรา 77 วรรค 3 ระบุชัดว่า เพิ่งกำหนดโทษอาญาเฉพาะความผิดร้ายแรง แต่ร่างกฎหมายฉบับนี้กลับเพิ่มโทษเป็น 2 เท่า

นายมงคล กล่าวว่า การที่กระทรวงแรงงานได้จัดทำร่างพ.ร.บ.ป้องกันและขจัดการใช้แรงงานบังคับ พ.ศ. …. และได้เปิดรับฟังความคิดเห็นและประชาพิจารณ์ร่างพ.ร.บ.ดังกล่าว มาแล้วถึง 4 ครั้ง ได้รับทราบข้อมูลจากภาคเอกชนและผู้ประกอบการถึงปัญหาต่างๆ เช่น บทลงโทษ และขอบเขตอำนาจหน้าที่ของพนักงานเจ้าหน้าที่ แต่ยังไม่ครอบคลุมผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องทั้งหมด โดยเฉพาะอย่างยิ่งผู้ประกอบการที่เป็นนายจ้างทั่งประเทศ ยังไม่ได้รับข้อมูลที่ชัดเจน ซึ่งอาจเป็นผู้ได้รับผลกระทบโดยตรง ดังนั้น ทางกระทรวงแรงงาน กำหนดจัดสัมมนารับฟังความคิดเห็นครั้ง 5 ที่ห้องประชุมจอมพล ป.พิบูลสงคราม ชั้น 5 กระทรวงแรงงาน ในวันที่ 19 ก.ย.2561 ตั้งแต่เวลา 08.30 น. เป็นต้นไป

นายมงคลกล่าวว่า วันนี้จึงเชิญชาวประมงที่เป็นนายจ้างทั้งหมดมาร่วมหาแนวทางในการขับเคลื่อนแสดงพลังในวันดังกล่าว เนื่องจากภาคประมงคัดค้านร่างกฎหมายดังกล่าว เพราะหากกฎหมายฉบับนี้ออกมาจะสร้างปัญหาให้กับชาวประมงและนายจ้างทั่วประเทศอย่างมาก เช่น มาตรา6 (4) “บังคับหรือข่มขืนใจผู้อื่นโดยไม่จ่ายค่าจ้าง ค่าล่วงเวลา ค่าทำงานในวันหยุด และค่าล่วงเวลาในวันหยุดภายในระยะเวลาที่กำหนดในกฎหมาย หรือไม่จ่ายค่าตอบแทนตามกำหนดเวลา ที่ตกลงไว้ในสัญญาจ้างทำงานหรือให้บริการ”หากพิจารณาข้อเท็จจริงแล้วกฎหมายกำหนดให้ชาวประมงต้องจ่ายค่าจ้าง ผ่านบัญชี เดือนละอย่างน้อย 1 ครั้ง แต่หากมีการเข้าใจผิด ไปจ่ายเลยเวลาที่กำหนดที่ตกลงในสัญญาจ้าง โดยคิดว่าแรงงานได้เบิกเงินเกินบัญชีไปแล้ว ไม่จำเป็นต้องจ่ายเงินเข้าบัญชีอีก แต่ให้แรงงานต้องออกเรือไปทำงานกับนายจ้าง แต่เกิดปัญหาแรงงานไม่ยอม และไปร้องเรียนภาครัฐ นายจ้างจะถูกดำเนินคดีสองเท่าตามมาตรา 35 คือจากจำคุก 5 ปี เป็น 10 ปี เป็นต้น

นายมงคลกล่าวว่า กฎหมายซึ่งเป็นเครื่องมือทางปกครองของฝ่ายบริหาร ต้องมีเจตนารมณ์ เพื่อพัฒนาชาติและส่งเสริมวินัยคนในชาติ ต้องกำหนดทั้งโทษ และวิธีการเพื่อให้ความเป็นธรรมกับทุกฝ่าย มุ่งให้เกิดกติกาใช้ประโยชน์ร่วมกัน 3ฝ่าย ทั้งภาครัฐ นายจ้าง และลูกจ้าง มิใช่มุ่งหมายทำลายเศรษฐกิจของชาติ และลงโทษคนในชาติ แต่ร่างกฎหมายฉบับนี้ภาคเอกชนเกือบ 100เปอร์เซ็นต์ไม่เห็นด้วย เพราะไม่เป็นธรรมกับนายจ้าง และเคยทักท้วงไปแล้วหลายครั้ง แต่กระทรวงแรงงานยังไม่มีการแก้ไขและพยายามดันให้ออกกฎหมายฉบับนี้ให้ได้

“ผมเข้าใจว่าอาจจะมีแรงกดดันจากองค์กรภาคเอกชนทั้งหลายที่พยายามจะบีบบังคับและชี้นำให้ออกกฎหมายฉบับนี้ ซึ่งเป็นเรื่องไม่ถูกต้องหากยอมก็จะเหมือนยกประเทศให้กลุ่มดังกล่าว เนื่องจากจะออกกฎมาทำร้ายประชาชนของตนเอง ผมและชาวประมงทั่วประเทศจึงคัดค้านร่างนี้ ดังนั้นในวันที่ 19 ก.ย. ชาวประมงทั่วประเทศจะไปรวมตัวกันที่หน้ากระทรวงแรงงาน หากยังมีการนำกฎหมายเข้าสภานิติบัญญัติแห่งชาติ ชาวประมงทั่วประเทศจะรวมตัวกันไปเรียกร้องความเป็นธรรมที่หน้ารัฐสภาเช่นกัน”นายมงคล กล่าว

ที่มา: ข่าวสด ,วันที่ 14 กันยายน 2561