Tfpa News Update:

ผู้ส่งออกจี้แบงก์ชาติ พยุงบาท 34 ต่อดอลล์

เอกชนชี้ปัจจัยลบส่งออกไทยปี 61 อื้อ ทั้งค่าบาท-กีดกันการค้า เอฟทีเออาเซียน-จีน ดันสินค้าแดนมังกรทะลักตีตลาด จี้แบงก์ชาติพยุงค่าบาทไม่ตํ่ากว่า 33-34 บาทต่อดอลล์ จับตาปรับค่าจ้างทุบซํ้า

Picture20180205_5

นางสาวกัณญภัค ตันติพิพัฒน์พงศ์ ประธานสภาผู้ส่งสินค้าทางเรือแห่งประเทศไทย (สรท.) หรือสภาผู้ส่งออก เปิดเผยกับ “ฐานเศรษฐกิจ” ว่า จากที่กระทรวงพาณิชย์ได้เผยถึงตัวเลขการส่งออกของไทยทั้งปี 2560 มีมูลค่า 2.36 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ขยายตัวเพิ่มขึ้นจากปีก่อน 9.9% สูงสุดในรอบ 6 ปี ถือว่าเป็นไปตามคาดการณ์ของ สรท.ที่คาดจะขยายตัวได้ที่ 9.5-10% สิ่งที่ต้องติดตามในปีนี้คือปัจจัยเสี่ยงที่ยังมีในหลายเรื่อง ไม่ว่าจะเป็นเรื่องอัตราแลกเปลี่ยนที่ยังคงผันผวน ซึ่งที่ผ่านมา ทางสรท.เองได้เข้าหารือ กับธนาคารแห่งประเทศไทยเพื่อให้มีมาตรการดูแลค่าเงินบาทให้มีเสถียรภาพ

“เวลานี้เงินบาทของไทยแข็งค่ามากอยู่ที่ระดับ 31 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐฯ แข็งค่าเป็นอันดับ 2 รองจากค่าเงินริงกิตของมาเลเซีย ทำให้รายได้รูปเงินบาทของผู้ส่งออกลดลงไปจำนวนมาก และอาจกระทบต่อสภาพคล่องในการบริหารงานในอนาคตได้ ดังนั้นเอกชนเองต้องการให้แบงก์ชาติพยุงค่าเงินไม่ให้แข็งค่าไปกว่านี้ โดยต้องการเห็นค่าบาทอยู่ที่เฉลี่ย 33-34 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐฯ”

นอกจากนี้ ยังมีปัจจัยเสี่ยงในเรื่องมาตรการกีดกันทางการค้าที่ไม่ใช่ภาษี (NTBs) และมาตรการตอบโต้ของประเทศคู่ค้าสำคัญที่เริ่มออกมาให้เห็น เช่นนโยบายการค้าของนายโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐฯ รวมถึงสิทธิพิเศษทางภาษีศุลกากรของสหรัฐฯที่หมดอายุลงเมื่อวันที่ 31 ธันวาคม 2560 ซึ่งไทยและประเทศอื่นๆ ยังไม่ได้รับการต่ออายุจีเอสพี และล่าสุดสภาคองเกรสมีมติไม่ผ่านร่างงบประมาณส่งผลให้ปิดทำการหน่วยงานราชการบางแห่ง เนื่องจากการเบิกจ่ายงบประมาณไม่ทัน ทำให้ค่าเงินดอลลาร์มีแนวโน้มจะอ่อนค่าลง เงินบาทแนวโน้มแข็งค่าขึ้น

ขณะที่ปัจจัยสี่ยงในประเทศเช่นการปรับขึ้นค่าจ้างขั้นตํ่าจะกระทบต่อต้นทุนของผู้ประกอบการ นอกจากนี้ข้อตกลงเขตการค้าเสรี อาเซียน-จีน ที่บังคับใช้เต็มรูปแบบตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2561 เอกชนกังวลอาจส่งผลให้สินค้าจากจีนจะทะลักเข้าไปยัง CLMV และทุ่มตลาดแข่งสินค้าไทย อย่างไรก็ตามเบื้องต้น สรท.คาดการณ์ส่งออกไทยปี 2561 จะขยายตัวได้ 5.5%

ที่มา: ฐานเศรษฐกิจ วันที่ 27 มกราคม 2561